นายเสกสรร แสงดาว ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 มอบหมายให้นางสาวสุนีรัตน์ รัตนะ ผู้อำนวยการ ส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ติดตามประเมินสถานภาพการดำเนินงาน สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นเจ้าภาพกลุ่มพื้นที่ (Cluster) ของจังหวัด
ผลการสำรวจพบว่า สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี มี อปท.ร่วมทิ้ง 12 แห่ง ครบตามบันทึกข้อตกลงปริมาณขยะมูลฝอยเข้าสู่สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยประมาณ 35 ตันต่อวัน มากกว่าความสามารถของระบบบำบัดเชิงกล–ชีวภาพ (MBT) ที่ออกแบบไว้ที่ 25 ตันต่อวัน ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้งานเพียงบางส่วนเนื่องจากระบบชำรุด โดยมีบริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ สามารถผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF) ได้ประมาณ 18.29 ตันต่อวัน มีการคัดแยกขยะรีไซเคิลโดยคนงานสายพานคัดแยก 1.31 ตันต่อวัน และเทกอง (ขยะที่เกินความสามารถของระบบ) 8.7 ตันต่อวัน จึงมีปริมาณขยะตกค้างสะสม 593 ตัน
คณะเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ดังนี้ 1) ปรับปรุงยกระดับการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยซ่อมแซมเครื่องจักรระบบ MBT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ 2) เร่งจัดการขยะมูลฝอยตกค้างและขยะชิ้นใหญ่ ที่ทำไม่สามารถนำไปผลิต RDF ได้ เพื่อไม่ให้มีการเทกองในพื้นที่ 3) ติดตามผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และน้ำชะขยะมูลฝอย เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบบ้านหมอ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ในระยะห่างประมาณ 200 เมตร และห่างจากคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ประมาณ 500 เมตร ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ตั้ง สำหรับการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนด ให้อยู่ห่างจากแหล่งน้ำดิบของโรงผลิตน้ำประปา ไม่น้อยกว่า 700 เมตร 4) เร่งรัดติดตามการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ 5) ศึกษาองค์ประกอบมูลฝอย เพื่อใช้วางแผนบริหารจัดการ 6) ส่งเสริม การคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง และ 7) เก็บรวบรวมของเสียอันตรายชุมชน โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและน้ำฝน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
