นายเสกสรร แสงดาว ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 มอบหมายให้นางสาวสัจจาพร เชยกีวงษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลพบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามประเมินสถานภาพการดำเนินงานสถานที่กำจัด ขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลบ้านท่าหลวง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองรี จังหวัดลพบุรี สรุปดังนี้
เทศบาลตำบลบ้านท่าหลวง มีปริมาณขยะมูลฝอยเข้าสู่สถานที่กำจัดมูลฝอย จำนวน 6 ตันต่อวัน กำจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีการเทกอง มีปริมาณ ขยะตกค้าง 780 ตัน และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองรี มีปริมาณขยะมูลฝอยเข้าสู่สถานที่กำจัด จำนวน 5 ตันต่อวัน กำจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีการเทกอง มีปริมาณขยะตกค้าง 1,094 ตัน
โดยที่ตั้งของสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยทั้ง 2 แห่ง ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ตั้งสำหรับการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560 เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ดังนี้ 1) ระยะสั้น ขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ “ทต.บ้านท่าหลวงได้ส่งคำขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า ไปยังกรมป่าไม้แล้ว" และปรับปรุงยกระดับการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งส่งแผนฯมายัง สคพ.7 (สระบุรี) 2) ระยะยาว ปิดสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ปลูกป่า และเก็บขนไปกำจัดร่วมกับ Cluster อบต.วังเพลิง 3) จัดทำแผนการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย และ การบริหารจัดการพื้นที่หน้างาน เช่นจุดทิ้งขยะเก่า/ขยะใหม่ให้เป็นสัดส่วน 4) จัดการขยะมูลฝอยตกค้างโดยการกลบทับด้วยดินหรือรื้อร่อนแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) 5) บันทึกข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยที่เก็บขนมากำจัดยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อวางแผนการบริหารจัดการพื้นที่กำจัดขยะ 6) กำหนดมาตรการป้องกันไฟไหม้บ่อขยะ และเฝ้าระวังบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่ลักลอบทิ้ง 7) ปลูกต้นไม้/สร้างรั้วเป็นแนวพื้นที่กันชนเพื่อป้องกัน ขยะมูลฝอยปลิวออกสู่ภายนอก 8) ส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง

