นายเสกสรร แสงดาว ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 มอบหมายให้นางสาวสุนีรัตน์ รัตนะ ผู้อำนวยการส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามประเมินสถานภาพการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และเทศบาลตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี สรุปดังนี้
เทศบาลเมืองสระบุรี เป็นเจ้าภาพกลุ่มพื้นที่ (Cluster) 1 ใน 4 แห่ง ของจังหวัด มีปริมาณขยะมูลฝอยเข้าสู่สถานที่กำจัดมูลฝอย จำนวน 73 ตันต่อวัน ระบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ปัจจุบันกำจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีการเทกอง ขยะมูลฝอยตกค้างสะสมประมาณ 17,149 ตัน และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการก่อสร้างระบบจัดการขยะ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ซึ่งอยู่หว่างขั้นตอนการประกวดราคา
เทศบาลตำบลโคกตูม ไม่อยู่ในกลุ่ม Cluster.ของจังหวัด มีปริมาณขยะมูลฝอยเข้าสู่สถานที่กำจัดมูลฝอย 20 ตันต่อวัน กำจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีการเทกอง และมีปริมาณขยะตกค้าง 2,500 ตัน จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ตามข้อเสนอยกระดับสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของ คพ. (ปริมาณขยะตกค้างน้อยกว่า 20,000 ตัน) ซึ่งมีการจัดการขยะมูลฝอยตกค้างโดยให้เอกชน (บริษัท เอเอสพีบิวดิ้ง จำกัด) รื้อร่อน/คัดแยกเป็น RDF ประมาณ 20 ตันต่อวัน
คณะเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ดังนี้ 1) ทม.สระบุรี ปรับปรุง/ยกระดับการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ในฐานะเจ้าภาพกลุ่ม Cluster 2) ทต.โคกตูม ในระยะยาว พิจารณาปิดสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ไปกำจัดร่วมกับเจ้าภาพกลุ่ม Cluster ของจังหวัด และปลูกต้นไม้ในพื้นที่บ่อขยะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว (Waste to Forest) 3) จัดทำแผนการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย การบริหารจัดการพื้นที่หน้างาน 4) เร่งจัดการขยะมูลฝอยตกค้างและกำกับการดำเนินงานเอกชนให้เป็นไปตามสัญญา 5) ปลูกต้นไม้/สร้างรั้วเป็นแนวพื้นที่กันชนเพื่อป้องกันขยะมูลฝอยปลิวออกสู่ภายนอกพื้นที่ 6) มาตรการกำกับประชาชน/บุคคลภายนอกที่เข้ามาคัดแยกขยะรีไซเคิลในพื้นที่ 7) ส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง และ 8) ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น
