นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 7 ร่วมกับ ทสจ.สระบุรี และ สสจ.สระบุรี ตรวจสอบกรณีประชาชนและพระสงฆ์ ได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นของขยะที่รุนแรงจากสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองสระบุรี ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ทำให้ประชาชนและพระสงฆ์บริเวณใกล้เคียงไม่สามารถดำเนินชีวิตและประกอบศาสนกิจได้ตามปกติเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และเกรงว่าน้ำขยะจะไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก เนื่องจากสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยดังกล่าวสร้างติดกับแม่น้ำป่าสัก ขณะตรวจสอบพบว่า
1. สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองสระบุรี มีลักษณะเป็นอาคารเปิด มีปริมาณขยะมูลฝอยรวมประมาณวันละ 74 ตัน โดยรถเก็บขนขยะมูลฝอยชุมชนจะวิ่งเก็บรวบรวมขยะในพื้นที่เทศบาลเมืองสระบุรี จากนั้นก็จะวิ่งเข้าสถานีเพื่อชั่งน้ำหนัก และนำไปเทใน Hopper ทำการบีบอัด และนำบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อขนส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะที่ตำบลพุแคทุกวัน วันละ 6 ตู้คอนเทนเนอร์
2. ผู้นำตรวจ (เทศบาลเมืองสระบุรี) ให้ข้อมูลว่าสถานีฯ เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำเสียไม่สามารถใช้งานได้ จึงมีมาตรการในการบำบัดน้ำเสียโดยการรวบรวมน้ำเสียที่เกิดขึ้นลงในบ่อพัก และมีการใช้รถดูดน้ำเสียนำไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะเทศบาลเมืองสระบุรีที่ตำบลพุแคเป็นประจำทุกวัน และได้มีการดำเนินการปิดกั้นท่อระบายน้ำฝนที่จะลงสู่แม่น้ำป่าสัก โดยการสร้างห้องน้ำปิดทับท่อระบายน้ำดังกล่าว ขณะตรวจสอบไม่สามารถเห็นท่อที่ถูกปิดทับได้ ซึ่งผู้นำตรวจแจ้งว่าไม่มีการระบายน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกแต่อย่างใด และขณะตรวจสอบได้รับกลิ่นเหม็นจากขยะบริเวณภายในสถานีฯ
3. ในการปฏิบัติงานมีมาตรการในการกำจัดกลิ่น โดยใช้น้ำยาดับกลิ่นรดพื้นที่ปฏิบัติงาน รางรับน้ำ และล้างพื้นทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หลังเสร็จงาน มีการใช้ EM ball ในบ่อรวบรวมน้ำเสียทุกวันเสาร์ และจะมีการล้างใหญ่ (รถขนขยะ พื้น และอุปกรณ์อื่นๆ) ทุก 15 วัน
คณะตรวจสอบมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) ให้เทศบาลเมืองสระบุรีปิดกั้นท่อระบายน้ำฝนที่บริเวณท่อต้นทาง ซึ่งปัจจุบันไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อลดข้อสงสัยและวิตกกังวลของประชาชน
2) เทศบาลเมืองสระบุรีปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเสียดังกล่าว โดยจัดทำแผนงานมาตรการแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรีให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และให้ดำเนินการตามแผนงานมาตรการอย่างเคร่งครัด

