นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 7 ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี ปลัดอำเภอหนองแค และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง ตรวจสอบแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนจากการเผาขยะและขอให้ย้ายที่เผาขยะ ตำบลหนองปลิง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ผลการตรวจสอบพบว่า
1. จากการสอบถามนายกตำบลหนองปลิงได้ข้อมูลว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของเอกชน มีพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ เดิมใช้ประกอบกิจการ
รับซื้อของเก่าและได้เลิกกิจการ พร้อมทั้งถูกทิ้งร้างมิได้ใช้ประโยชน์มาเป็นเวลานาน โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนหมู่ที่ 4 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้หญ้าลุกลามไปยังบริเวณพื้นที่รับซื้อของเก่าที่ถูกทิ้งร้าง จึงได้ออกไประงับเหตุเพลิงไหม้
และสามารถควบคุมเพลิงได้ ในเวลาประมาณ 19.00 น. ต่อมาวันที่ 14 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชน
หมู่ที่ 4 อีกครั้งว่า มีเปลวไฟและกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ออกไประงับเหตุและสามารถระงับเหตุไม่ให้เพลิงลุกลามไว้ได้
และเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับแจ้งเหตุว่าเกิดเปลวไฟและกลุ่มควันปะทุขึ้นอีกครั้ง จึงได้ออกไประงับเหตุในทันที และสามารถดับไฟได้สนิทในวันที่ 17 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 10.00 น. และมิได้มีการปะทุหรือลุกไหม้ขึ้นอีก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจาก
วัดหนองปลิงประมาณ 150 เมตร และอยู่ห่างจากโรงเรียนวัดหนองปลิงประมาณ 200 เมตร ผลกระทบจากการเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นจากเศษขยะที่ถูกเผาไหม้ และเกิดกลุ่มควันปกคลุมพื้นที่หมู่ที่ 4 และมีประชาชนได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันประมาณ 10 ครัวเรือน
2. จากการตรวจสอบพื้นที่ พบมีการปรับพื้นที่โดยการไถกลบขยะ มีเศษขยะกระจายอยู่เป็นบางส่วน และมีร่องน้ำบริเวณด้านข้างพื้นที่ สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นนาข้าว มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ฝั่งตรงข้าม และอยู่ถัดออกไปจากนาข้าว จากการสอบถามข้อมูลจากประชาชน เจ้าอาวาส
วัดหนองปลิง และครูโรงเรียนวัดหนองปลิงได้ข้อมูลว่า ได้รับกลิ่นจากการเผาไหม้ในช่วงเกิดเหตุ แต่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบรุนแรง
ข้อเสนอแนะจากคณะตรวจสอบ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง ดำเนินการดังนี้
1. ควบคุมกำกับการดำเนินการปรับพื้นที่ของเอกชนให้เป็นไปตามหลักวิชาการ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน
2. กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบแนวทางการปฏิบัติตัว และการดำเนินงานแก้ไขปัญหา
3. ให้แจ้งเตือน/ประชาสัมพันธ์ประชาชนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เอกชน เพื่อคัดแยกขยะเอาไปขาย/ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว

