ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) นำโดยนายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 7(สระบุรี) (EPU7) เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เพื่อบันทึกคำให้การของพยาน กรณีน้ำมันยางดำรั่วไหลลงสู่คลองรั้งและปนเปื้อนลงคลองชะลองแวง ณ สถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และลงบันทึกประจำวัน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม กรณีโรงไฟฟ้า บริษัท เนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 จำกัด ทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันยางดำลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นความผิดทางแพ่งตามมาตรา 96 และ 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยมีผู้แทนส่วนสิ่งแวดล้อม ทสจ.ปราจีนบุรี ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงาน พร้อมนี้ เจ้าหน้าที่ EPU7 ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว ขณะตรวจสอบพบว่า บริษัทฯ เริ่มทำการขุดลอกคลองชะลองแวงบริเวณคันกั้นน้ำที่ 2 และติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติมบริเวณคันกั้นน้ำที่ 3 โดยสภาพน้ำบริเวณคลองรั้งยังคงมีสีน้ำตาล ส่วนน้ำบริเวณคลองชะลองแวงมีสภาพตามปกติแล้ว สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า สอจ.ปราจีนบุรีได้ดำเนินการออกคำสั่งตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการบางส่วนเป็นการชั่วคราว มีกำหนดระยะเวลา 15 วัน และอบต.ท่าตูมได้ดำเนินการออกคำสั่งในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้แก้ไขเพื่อระงับเหตุรำคาญตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ให้บริษัทฯ แก้ไขเพื่อระงับเหตุรำคาญที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ตลอดจนระบบนิเวศของแหล่งน้ำชุมชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุข้อร้องเรียน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ EPU7 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำส่งวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7(สระบุรี) เพิ่มเติมด้วย
