Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี)

Environment and Pollution Control Office 7 (saraburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ตรวจสอบกรณีน้ำมันยางดำ (Black liquor) หรือสารประกอบลิกนิน ซึ่งเป็นผลพลอยได้ (By product) จากกระบวนการล้างเยื่อกระดาษของบริษัท ดับเบิ้ลเอ (1991) จำกัด (มหาชน) และใช้เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า บริษัท โรงไฟฟ้าเนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 จำกัด รั่วไหลลงคลองรั้ง และปนเปื้อนสู่คลองชะลองแวง

ตรวจสอบกรณีน้ำมันยางดำ (Black liquor) หรือสารประกอบลิกนิน ซึ่งเป็นผลพลอยได้ (By product) จากกระบวนการล้างเยื่อกระดาษของบริษัท ดับเบิ้ลเอ (1991) จำกัด (มหาชน) และใช้เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า บริษัท โรงไฟฟ้าเนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 จำกัด รั่วไหลลงคลองรั้ง และปนเปื้อนสู่คลองชะลองแวง
หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 7 (สระบุรี) กรมควบคุมมลพิษ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองจัดการคุณภาพน้ำ คพ./ทสจ.ปราจีนบุรี/สอจ.ปราจีนบุรี/ประมงจังหวัด/กอ.รมน.จ./บก.ปทส./สทนช.ภาค 2/กกพ.เขต 7 (สระบุรี)/พลังงาน จ.ปราจีนบุรี/อบต.ท่าตูม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่าตูม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีน้ำมันยางดำ (Black liquor) หรือสารประกอบลิกนิน ซึ่งเป็นผลพลอยได้ (By product) จากกระบวนการล้างเยื่อกระดาษของบริษัท ดับเบิ้ลเอ (1991) จำกัด (มหาชน) และใช้เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า บริษัท โรงไฟฟ้าเนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 จำกัด รั่วไหลลงคลองรั้ง และปนเปื้อนสู่คลองชะลองแวง ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
1. โรงงานได้ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันยางดำโดยทำการปิดรอยรั่วแล้ว ซึ่งน้ำมันยางดำที่รั่วลงคลองรั้ง มีจำนวนประมาณ 25 ลูกบาศก์เมตร และได้ทำ การสูบน้ำปนเปื้อนน้ำมันยางดำจากคลองรั้งและคลองชะลองแวง ไปยังบ่อน้ำดิบของสวนอุตสาหกรรม 304 (ความจุ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร) เพื่อนำไปผลิตน้ำที่ใช้ในกระบวนการอุตสาหกรรม
2. โรงงานได้ทำคันกั้นน้ำ จำนวน 5 จุด ซึ่งน้ำปนเปื้อนไหลมาถึงคันกั้นน้ำที่ 3 แล้ว ขณะตรวจสอบโรงงานได้ทำการติดตั้งปั๊มน้ำ จำนวน 2 จุด
คือ บริเวณคันกั้นน้ำที่ 2 และ 4 และจะทำการติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติมในคันกั้นน้ำที่ 3 โดยจะทำการสูบน้ำไปยังบ่อน้ำดิบ ซึ่งโรงงานแจ้งว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จในวันอังคารที่ 8 มี.ค. 2565 สำหรับคันกั้นน้ำที่ 5 (คลองชะลองแวงก่อนลงแม่น้ำปราจีนบุรี) มีสภาพน้ำปกติ
3. กองจัดการคุณภาพน้ำ คพ.ร่วมกับ EPU7 ทำการเก็บตัวอย่างน้ำกรณีดังกล่าว จำนวน 9 ตัวอย่าง เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี
1. สสภ.7 (สระบุรี) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย บก.ปทส.จัดทำบันทึกการตรวจสอบ/กล่าวโทษ และลงบันทึกประจำวัน ณ สภ.ศรีมหาโพธิ มีความผิดตามพระราชกําหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 มาตรา 58 (3)(4) ประกอบมาตรา 140
2. ในวันนี้ (8 มี.ค.65) ทสจ.ปราจีนบุรี ร่วมกับ บก.ปทส. อบต.ท่าตูม และผญ.หมู่ที่ 3 จะลงพื้นที่สำรวจผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบหลักฐานการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย ซึ่งเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดทางแพ่ง ตามมาตรา 96 และ 97 แห่ง พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม 2535 ทั้งนี้ สสภ.7 (สระบุรี) ร่วมกับ ทสจ.ปราจีนบุรี จะนำข้อมูลเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวน เพื่อขอสงวนสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายที่ทางราชการได้จ่ายไปด้วย
3. ให้ สอจ. ดำเนินการออกคำสั่ง ตามมาตรา 37 พรบ.โรงงาน 2535 โดยพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปรับปรุง แก้ไข ภายในระยะเวลาที่กำหนด
4. ในวันนี้ (8 มี.ค.65) อบต.ท่าตูมดำเนินการออกคำสั่ง ตามมาตรา 27 พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ระงับหรือป้องกันเหตุรำคาญ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
5. ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามมาตรา 119 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2535
6. ให้ อบต.ท่าตูม ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และบริเวณใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำไปบริโภค
7. ให้ สอจ. และ อบต.ท่าตูม เร่งรัดบริษัทฯ ดำเนินการสูบน้ำปนเปื้อนออกจากคลองรั้งและคลองชะลองแวง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใน วันนี้ (8 มี.ค. 65) ตามที่บริษัทเสนอข้างต้น
8. ให้บริษัทฯ จัดทำแผนฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองดังกล่าว รวมทั้งจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามเงื่อนไขที่ปรากฏ ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เสนอต่อคณะทำงานติดตามตรวจสอบภายใน 1 สัปดาห์
9. ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรีตรวจสอบการใช้พื้นที่ริมคลองสาธารณะให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

แกลเลอรี่